กองปราบรวบ”ไอ้โก้”คาที่นอน มือทุบตู้เอทีเอ็มสารภาพลงมือคนเดียว

กองปราบรวบ”ไอ้โก้” คาที่นอน มือทุบตู้เอทีเอ็ม 3 ธนาคาร สารภาพสิ้นลงมือคนเดียว อ้างกดเงินไม่ออกเลยบันดาลโทสะ

จากกรณี คนร้ายบุกทุบตู้เอทีเอ็ม 2 เดือน 3 ตู้ เหตุแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ส.ค.คนร้ายใช้แท่งซิเมนท์ทุบตู้เอทีเอ็ม ธนาคารไทยพานิชย์ หน้าโรงงานไม้ ริมถ.สายบ้านบึง-แกลง ต.กระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง เหตุที่2เกิดขึ้นเมือวันที่ 2 ก.ย. กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายเป็นชาย ใช้แท่งปูนซิเมนท์ทุบทำลายตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาแกลง ริม ถ.สุขุมวิท จนพังเสียหาย ห่างจากจุดแรกประมาณ 2 กม. ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบชื่อคนร้าย ชื่อนายอรุณ แก้วพริ้งเพริศ อายุ 37 ปี ต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับ แต่ยังไม่สามารถจับตัวได้ จนกระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 3 ต.ค.คนร้ายทำลายตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย สาขาแกลง ริมถ.สุขุมวิท พังเสียหาย 2 ตู้ ซึ่งที่ผ่านทั้งสองคดีก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี ทั้งๆที่มีภาพคนร้ายและทราบชื่อ แล้วก็มาเกิดเหตุซ้ำอีก คาดคนร้ายอาจจะเป็นรายเดียวกัน ตามที่เสนอไปแล้ว

เมื่อ เวลา 11.00 น.วันที่ 4 ต.ค.พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2บก.ป.ได้เดินทางประสานกับ พ.ต.อ.ชัยพงษ์ แสงพงษ์ชัย ผกก.สภ.แกลง ระยอง ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบ สภ.แกลง นำกำลังร่วมจับกุมคนร้ายที่ลงมือทุบตู้เอทีเอ็ม 3 ธนาคาร ประกอบด้วย ธนาคารไทยพานิชย์ 1 ตู้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 1 ตู้ และ ธนาคารกสิกรไทย2ตู้ หลังสืบทราบว่าคนร้ายคือนายอรุณ แก้วพริ้งเพริศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 ม.8 ต.บ้านนา อ.แกลง จ.ระยอง ตามหมายจับของศาล ซึ่งได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านที่ 41 ม.6 ต.วังจันทร์ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง จึงวางแผนและนำกำลังเข้าจับกุมทันที

เมื่อไปถึงบ้านเลขที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวอยู่ภายในสวนผลไม้ จึงดักซุ่มรอดูอยู่บริเวณดังกล่าวจนกระทั่งพบนายอรุณ ผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงแสดงตัวเข้าจับกุมโดยนายอรุณ ยังอยู่ในชุดนอนได้วิ่งหนีเข้าไปในห้องนอน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตามจับกุมตัวไว้ได้คาที่นอน โดยนายอรุณ ถึงกับหน้าซีดด้วยความตกใจ พร้อมทั้งยอมรับว่าเป็นคนลงมือทำลายตู้เอทีเอ็มทั้ง3แห่ง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปที่ สภ.แกลง ระยอง เพื่อสอบสวนต่อไป

จากการสอบสวนนายอรุณ ผู้ต้องหา ได้ให้การว่า ตนเองมีอาชีพรับซื้อของเก่าในพื้นที่ อ.แกลง สำหรับการก่อเหตถเกิดจากความโมโหที่ตู้ใช้งานไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถกดเงินได้ จึงบันดาลโทสะ โดยเกิดเป็นอารมย์จึงทุบทำลายตู้เอทีเอ็มอีก2ธนาคาร โดยลงมือเพียงคนเดียว ทำไปโดยไม่ได้หวังต่อเงินในตู้ ขอรับผิด ทำไปด้วยอารมย์ชั่ววูบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะลงมือถึง3ธนาคาร คาดคงจะประสงค์ต่อเงินในตู้ แต่ไม่รู้วิธีจึงทุบตู้หวังจะเอาเงินในตู้ ซึ่งจะสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ พร้อมทั้งเตรียมนำตัวไปทำแผนประกอบการรับสารภาพต่อไป